วางแผนการเงินกันปีนี้ ชีวิตจะดี ปลดหนี้ได้แน่นอน

ช่วงปลายปีถึงต้นปี เป็นช่วงที่คนทำงานส่วนใหญ่ได้มีโอกาสหยุดพัก และเฉลิมฉลองให้กับเทศกาลสนุกสนานต่างๆ หลังจากที่เราทำงานหนักกันมาทั้งปี

การได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยว หรือ พักผ่อน ก็เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่มักใช้ช่วงเวลาที่สงบแบบนี้ ไปกับการเขียนข้อตั้งใจต่างๆที่จะช่วยพัฒนาและปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้น ในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพ การปรับปรุงนิสัยที่ไม่ดีต่างๆ หรือแม้แต่การบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากที่จะหาโอกาสฝึกทำกันค่ะ

ประเด็นเรื่องการเงินส่วนตัวของเรานั้น ก็เป็นอีกหนึ่งแง่มุมที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม หรือ พยายามปล่อยผ่านเพราะไม่อยากจะรับรู้ให้รู้สึกอึดอัดใจ แต่จริงๆแล้ว ครูพิ้งคิดว่า การวางแผนการเงินไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อน และมีประโยชน์มากค่ะ

ใครที่มีความชื่นชอบในการเขียนข้อตั้งใจกันทุกช่วงปีใหม่ จึงน่าที่จะหยิบประเด็นนี้มาลองวางแผนลองคิดทบทวน เพื่อให้ปีใหม่ของเราเป็นปีนี้ปีที่เราสามารถบริหารจัดการเรื่องเงินและบรรลุความฝันของเราได้จริงๆในอนาคตอันใกล้นี้กันดูบ้างนะคะ

ทีนี้หลายๆคนก็อาจจะไม่เคยเฉลียวใจกัน ว่าเราจะวางแผนการเงินกันทำไม และ วางแผนกันเองอย่างไร เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านหันมาสนใจ ครูพิ้งเลยอยากจะเกริ่นให้ฟัง ด้วยข้อดี 5 ของการลงมือสร้างแผนการเงินของเรา กันก่อนนะคะ แล้วครูพิ้งจะให้แนวทางคร่าวๆให้ลองไปทบทวนทำกันดูค่ะ

ข้อดีของการวางแผนการเงินคืออะไร ?

1. ข้อแรก : การวางแผนการเงิน จะช่วยเรามีโอกาสเรียงลำดับความสำคัญ ของเป้าหมายทางการเงินของเราให้เราเห็นชัดเจนขึ้น

2. ข้อที่สอง : เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นแล้ว การเก็บเงินเพื่อบรรลุเป้าหมายของเราทีละข้อ ก็จะเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะเรารู้ว่าต้องเก็บเท่าไหร่ต่อเดือน

3. ข้อที่สาม : แผนการเงินที่ดี ก็เปรียบเหมือนแผนที่นำทางชีวิต ช่วยให้เราไม่หลงทาง เสียเวลาไปกับการตัดสินใจทางการเงินที่ผิดพลาดจน ตัวเองและครอบครัวต้องเดือดร้อน

4. ข้อที่สี่ : แผนการเงินจะช่วยเราในการวางแผนในการใช้เงิน หาเงิน และ ออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยยั้งเราจากการตัดสินใจ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบเพราะตัวเลขจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเจน

5. ข้อที่ห้า : แผนการเงิน จะช่วยให้เรามีความกังวลเรื่องเงินน้อยลง เพราะเรารู้ชัดว่าเราต้องทำอ่ะไรเพื่อให้มีโอกาสบรรลุเป้าหมายทางการเงินของเราได้เป็น ผลสำเร็จแทนที่จะมัวแต่นั่งกังวล แต่ไม่ได้ลงมือผลักดันสิ่งใดในชีวิตให้ไปข้างหน้าบ้างเลย

ทีนี้ ถ้าเราสนใจจะเริ่มวางแผนการเงิน เราควรวางแผนเกี่ยวกับประเด็นไหนบ้าง ?

การวางแผนการเงินเบื้องต้นสำหรับตัวเอง อาจจะยังไม่ต้องซับซ้อนถึงขั้นต้องมีที่ปรึกษาค่ะ แต่ว่าเราควรจะเริ่มต้นรวบรวมข้อมูลให้หัวข้อหลักๆ ที่เราเห็นตัวเองได้ชัด ในปัจจุบัน เพื่อนำมาแยกเป็นประเด็นที่จะนำมาไล่ตรวจสอบได้ง่ายขึ้นดูก่อน

1. หนี้สิน

2. ประกัน

3. การเก็บออม

4. การลงทุน

5. การใช้จ่าย

ทั้ง 5 หัวข้อนี้ ครูพิ้งเรียงมาให้แล้วตามลำดับความสำคัญที่จะต้องคำนึงถึง โดยเริ่มจากถ้าเรายังมีหนี้สิน เราก็ควรวางแผนจ่ายหนี้ให้เสร็จก่อน และการมีประกันคุ้มครองก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยให้เราไม่ต้องเสียเงินก้อนที่กำลังตั้งใจจะใช้หนี้หรือเก็บออมไปกับเรื่องที่ไม่คาดคิดต่างๆ เพราะหลังจากที่คนเรามีเงินออมเป็นก้อนแล้ว เราก็สามารถแบ่งเงินก้อนนี้ มาใช้เพื่อการลงทุนเพิ่มมูลค่าส่วนหนึ่ง และเพื่อการใช้จ่ายที่สมควรแก่กำลัง และฐานะที่เรารับไหวได้เป็นลำดับไปค่ะ

ประเด็นทั้ง 5 นี้เป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้เองในแง่ของการประเมินงบประมาณเบื้องต้น สำหรับเป้าหมายระยะสั้นๆระหว่างปี แต่ถ้าหากเราต้องการ ลงรายละเอียดที่ซับซ้อนและต้องมีการผ่านช่วงเวลาที่ยาวนาน อย่างเช่น การปลดภาระหนี้สินก้อนใหญ่, การตัดสินใจลงทุนในตราสารชนิดต่างๆ ต่างตามความเสี่ยงที่เรารับไหว, การวางแผนภาษี, การวางแผนการศึกษาลูก, การวางแผนเรื่องเงินออมไปสู่วัยเกษียณ การวางแผนเรื่องการจัดสรรมรดก ในจุดนี้ครูพิ้งขอแนะนำให้ติดต่อหาที่ปรึกษาด้านการเงินมืออาชีพมาช่วยเรา เช่นเดียวกับการที่เรามี เทรนเนอร์คู่ใจ ช่างตัดเสื้อคู่ใจ นั่นแหล่ะค่ะ

เอาล่ะค่ะถ้าพร้อมกันแล้ว เรามาลองเริ่มต้นวางแผนการเงินด้วยกันไปทีละข้อกันเลย แต่อ้อ ถ้าหากคุณมีคู่ชีวิต หรือว่าที่คู่ชีวิต การวางแผนการเงินนี้ก็ควรจะมี การเอามาคุยกัน ช่วยกันคิดไปด้วยกันด้วยนะคะ

การวางแผนการเงินข้อแรก: หนี้สิน

เปิดหัวข้อแรกนี้มา ก็พบกับความอึดอัดกันเลยนะคะ ครูพิ้งต้องขออภัยด้วยค่ะ แต่เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจสำหรับก้าวแรก ขอจงคิดว่าหนี้สินนั้นก็มีบุญคุญกับเรามากจริงๆ ในการช่วยผ่อนแรงและย่นเวลาที่เราจะสามารถซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะ ให้ความสุข และ ความก้าวหน้าต่างๆให้ชีวิตเราเริ่มต้นได้ โดยไม่ต้องรอเก็บเงินจนครบยันแก่นะคะ

ดังนั้นเรามายืดอก ยอมรับความจริงกันตั้งแต่วันนี้และเริ่มต้นหาทางผ่อนชำระหนี้ เอาชนะดอกเบี้ยที่วิ่งตามเราทุกลมหายใจให้ได้กันดีกว่าค่ะ

ในส่วนของขั้นตอนการลงมือนั้น ก็เริ่มต้นที่สามข้อนี้ได้เลยค่ะ

1. ตรวจสอบหนี้สิน รวมทั้งยอดการซื้อเงินผ่อนทุกอย่างที่ยังคงเหลืออยู่

2. เรียงลำดับหนี้ดอกเบี้ยสูงไป ดอกเบี้ยต่ำ

3. ตรวจสอบรายได้และกำลังในการผ่อนชำระหนี้ของตน กำหนดงบประมาณในการทยอยจ่ายคืนหนี้ต่อเดือน โดยเริ่มจากหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน

ถ้าพยายามไม่คิดมากและเดินหน้าตามแผนการปลดหนี้ของตัวเองไปเรื่อยๆ คุณจะทั้งภูมิใจและสุขใจที่หนี้สินของคุณวันนึงบางส่วนได้เปลี่ยนร่างกลายเป็นทุนชีวิต ไปได้สำเร็จค่ะ อ้อ แล้วอย่าลืมพิจารณาเรื่องการทำ Refinance สำหรับหนี้บ้าน ด้วยหากเจอโอกาสดีๆด้วยนะคะ จะได้ช่วยเรื่องการลดต้นลดดอกได้มากเลยค่ะ

การวางแผนการเงินข้อแรกข้อที่สอง : ประกัน

ประกันในความคิดครูพิ้งเปรียบเหมือน ‘โล่ห์ป้องกัน’ สำหรับเงินก้อนของเราค่ะ เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดจะช่วยให้การบริหารกระแสเงินสดของเราไม่สะดุดกระทันหัน

จุดสะกิดใจที่สำคัญของครูพิ้งเกี่ยวกับเรื่องความจำเป็นในการซื้อประกัน มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตัวเราหรือคนในครอบครัวเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย มีอุบัติเหตุกันขึ้นมาเสมอค่ะ ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าพึ่งจะคิดตอนที่เราต้องเข้าโรงพยาบาลไปเรียบร้อย มันก็คือสายไปแล้ว จริงมั้ยคะ

ครูพิ้งคิดว่าในชีวิตตอนนี้นี้ ครูพิ้งกลัวค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันในโรงพยาบาลเอกชนมากที่สุดค่ะ เนื่องจากมันแพงแบบไร้ทิศทางคาดเดาเอามากๆ แถมโรงพยาบาลนั้น ก็ เป็นสถานที่ที่เรามักจะต้องไปนอนแบบไม่มีทางเลือกและถูกบังคับให้จ่ายเงินค่าห้องที่แพงกว่าโรงแรมห้าดาว ถ้าประกันเราไม่เพียงพอสำหรับโรงพยาบาลที่เราเลือกรับการรักษา การต้องควักเงินก้อนก็อาจจะเจ็บจุกกว่าอาการป่วยไข้ที่เราเจอเสียอีกนะคะ

เพราะฉะนั้น คุณผู้อ่านที่รัก วันนี้คุณลองตรวจสอบซักหน่อยว่า คุณมีประกันกันเพียงพอสำหรับค่าห้องโรงพยาบาล ที่คุณเตรียมเลือกจะ ไปนอนรึยังคะ ?

หลักการซื้อประกันเพื่อการคุ้มครองใดๆ ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพ, ประกันอุบัติเหตุที่ครอบคลุมการรักษาต่อเนื่อง , ประกันภัยการเดินทาง, ประกันทรัพย์สิน ฯลฯ ครูพิ้งขอแนะนำให้ควรลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย โดยทำการเปรียบเทียบผลประโยชน์จากการที่มีประกัน และ ไม่มีประกัน มาคุ้มครอง เพื่อที่เราจะได้สามารถตัดสินใจซื้อประกันได้ด้วยความสบายใจ ว่าหากมีเหตุไม่คาดฝัน แผนการเงินของเราจะไม่สะดุด และ เราจะสามารถนำเงินก้อน ของเราไปใช้ในเรื่องที่เราวางแผนด้านอื่นได้อย่างไม่กังวลค่ะ

การวางแผนการเงินข้อที่สาม : การเก็บออม

การเก็บออมเริ่มต้นจากการทำยังไงก็ได้ให้มีเงินเหลือเก็บค่ะ นั่นหมายถึงว่าเราควรเริ่มต้นที่ การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นซึ่งมักเกิดจากกิเลสในใจเรา ลงเป็นอันดับแรก

รายจ่ายที่เข้าข่ายไม่จำเป็นนั้น อันที่จริงการกินกาแฟแก้วละร้อยนิดๆ ก็อาจจะไม่เข้าข่ายเพราะรายได้ของบางท่านนั้นกินได้วันละสิบแก้วก็ยังไม่เดือดร้อน แถมบางท่านใช้ร้านกาแฟเป็นที่ทำงานทำเงินได้อีกต่างหาก ดังนั้น ครูพิ้งขอโฟกัสไปที่ ไอเท็มใหญ่หลักหมื่นอัพละกันค่ะ โดยครูพิ้งขอให้ท่านผู้อ่านเริ่มต้นที่คำถามที่ว่า

“หากไม่ได้ครอบครองสิ่งๆนี้ในเร็ววันนี้ ชีวิตเราจะไปรอดมั้ย ?”

รายจ่ายฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ที่ไม่มีเหตุผลดีพอในการจ่ายมักเป็นการจ่ายเพื่ออวดโชว์  ซึ่งอาจจะทำให้เราเดือดร้อนใจในวันข้างหน้า เพราะมันมักจะเป็น การจ่ายเงินที่จมทุนก้อนใหญ่ไปกับทรัพย์สินที่ไม่มีสภาพคล่อง ด้วยกิเลสชั่ววูบในใจ  อย่างเช่น เครื่องเพชร ที่ดิน  การซื้อของแบรนด์เนม การท่องเที่ยว กินอยู่ อย่างหรูหรา ที่มากเกินพอดี

แต่คนที่เค้าฉลาดก็อาจจะสามารถเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรูหรา แบบที่เค้าชอบป็นเงินออมได้ ด้วยการเขียน blog สร้างเพจแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยว การกินอยู่แบบเวอร์ๆให้คนมาติดตาม ได้ค่าโฆษณา หาทางทำเงินคืนให้กับตัวเองได้ด้วยเหมือนกันนะคะ ดังนั้น ใครที่ทำได้แบบนี้ ครูพิ้งขอมอบไลค์ให้ล้านอันค่ะ

มันต้องอย่างนี้ซิ !

อนึ่ง ในมุมของการเพิ่มรายได้นะคะ หากมีงานประจำอยู่แล้ว ได้โปรดอย่าคิดที่ลาออกจากงานประจำมานับหนึ่งใหม่ ด้วยการนั่งเทรดหุ้น หรือทำธุรกิจที่มีความไม่แน่นอน หากสายป่านยังไม่ยาวพอเพียงอย่างเดียว เพราะคนเราจะได้เปรียบกว่า ถ้ามีรายได้หลายทาง ทั้งประจำและไม่ประจำ คู่สามีภรรยา ควรหาช่องทางช่วยกันสร้างรายได้ ไม่ว่าจากบ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งการทำงานนั้นก็อาจจะเป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความนับถือตัวเอง ให้กับแต่ละคนได้มากกว่าการพึ่งพารายได้จากใครคนใดคนนึงเพียงอย่างเดียวค่ะ

การวางแผนการเงินข้อที่สี่ : การลงทุน

ท่านผู้อ่านที่เริ่มคิดเรื่องการลงทุนได้นั้น ครูพิ้งมองว่าคุณเป็นคนโชคดีกว่าอีกหลายๆคนในสังคมค่ะ เป็นดอกบัวที่ชีวิตพ้นน้ำ เพราะไม่มีห่วงในเรื่องหนี้สิน มีเงินเหลือเก็บ ซึ่งอาจจะซื้อประกันเผื่อเพื่อความอุ่นใจก่อนเริ่มต้นลงทุนก็ดีนะคะ

ทีนี้การลงทุนนั้น ดูเผินๆก็เป็นเรื่องดูเหมือนจะง่าย คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นที่คำถามว่า ควรลงทุนในอ่ะไรดี แต่ในความเป็นจริงนั้น รายละเอียดมีเยอะถึงขั้นสามารถเอามาจัดเป็นหลักสูตร CFA ได้ 3 ระดับ จัดสอบกันเป็นปีๆกว่าจะผ่านหมดได้เลยค่ะ ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มคุยเรื่องการลงทุน ครูพิ้งขอแบ่งการลงทุนออกเป็นสองประเภท ในแบบที่กว้างที่สุดก่อนนะคะ

แบบแรก : การลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนเป็นตัวเงิน

แบบที่สอง : การลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงิน

สำหรับการลงทุนในแบบแรกนั้น ครูพิ้งขอแนะนำให้เราใช้ที่ปรึกษาและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดใน การตัดสินใจลงทุนค่ะ เพราะตราสารทุกชนิดมีความเสี่ยง และเป้าหมายการลงทุนของแต่ละท่านนั้นก็แตกต่างกันเป็นอย่างมาก

ในเบื้องต้น ครูพิ้งจึงขอแนะนำ ให้เราตัดสินใจเกี่ยวกับจำนวนเงินที่เราอยากจะกันมา เพื่อการลงทุนในแบบแรกนี้ให้ชัดเจนก่อนเป็นอันดับแรก อย่าทุ่มทำอ่ะไรหมดหน้าตัก ให้นึกถึงหนี้ และ ภาระค่าใช้จ่าย ประจำที่รออยู่ทุกสิ้นเดือน รวมถึงความอยู่รอดปลอดภัยของคนที่พึ่งพารายได้ของเรา

แล้วค่อยติดต่อที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้คำแนะนำ ในการจัดสรรเงินของเราอีกทีค่ะ

ที่นี้ครูพิ้งอยากจะข้ามต่อมาพูดเรื่องการลงทุนในแบบที่สอง ที่จะเป็นเงินอีกก้อนหลังจากที่เรากันไว้สำหรับเรื่องอื่นๆเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันเป็นการลงทุนที่อาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของตัวเงินในทันที ในลักษณะนี้ หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันเป็น ‘การใช้จ่าย’ เพียงอย่างเดียว แต่อันที่จริง ครูพิ้งคิดว่า การฝึกใช้จ่ายด้วยมุมมองที่ถูกต้องก็สามารถเป็นการลงทุนที่ดีได้เช่นกัน ซึ่งจะเป็นเรื่องของการวางแผนการเงินข้อสุดท้ายของเราค่ะ

การวางแผนการเงินข้อที่ 5 : การใช้จ่าย

เชื่อมั้ยคะ ทันทีที่เราตราหน้ารายการไหนว่าเป็นการใช้จ่ายแล้วล่ะก็ ความรู้สึกผิดก็มักจะเข้ามารบกวนจิตใจ การตัดสินใจเรื่องการใช้จ่ายจึงมีแนวทางเหมือนกับว่า อ่ะไรๆก็ไม่จ่ายไว้ก่อนก็อาจจะดีกว่า ไม่เปลือง แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่า การได้รับผลตอบแทนในชีวิตของคนเราก็ไม่ได้มีแต่เรื่องตัวเงินเสมอไปนะคะ ลองมาดูกันว่ากำไรชีวิตคนเราจะมาจากเรื่องอ่ะไรได้บ้างกันค่ะ

การใช้จ่ายแบบไหนที่ได้กำไรชีวิต เหมือนเป็นการลงทุน ?

1. จ่ายเพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง และ คนในครอบครัว เพื่อลดภาระเรื่องค่ารักษาพยาบาล และ เพิ่มประสิทธิภาพให้ชีวิตในการทำงาน และ มีความสุข

2. จ่ายเพื่อการศึกษา เพื่อ เพิ่มพูนทักษะ และ ศักยภาพในตน เพื่อสร้างหรือเพิ่มพูนความรู้ที่จะมีประโยชน์ในการสร้างรายได้ หาเลี้ยงชีวิตในวันข้างหน้า

3. จ่ายเพื่อซื้อเวลาเพิ่ม เพื่อจะเอามาทำสิ่งที่จะเพิ่มพูนรายได้ หรือ เพิ่มเวลาพักผ่อน เช่นการเลือกที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน การจ้างคนมาทำความสะอาด การจ้างพี่เลี้ยงลูก การจ่ายซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อการเดินทางที่รวดเร็ว

4. จ่ายเพื่อสร้างความสุขในครอบครัว และ สร้างสายสัมพันธ์กับชุมชนที่เราอยู่ เช่นการพาครอบครัวไปเดินทางพักผ่อนบ้างตามโอกาส การลงขันสนับสนุนกิจกรรมในชุมชม และเพื่อนบ้านที่อาจจะมีโอกาสช่วยเหลือกันในโอกาสต่างๆ

5. จ่ายเพื่อพัฒนาประเทศ สังคม และ โลก เพื่อให้เกิดทั้งความสุขใจ และ ความเจริญ ก้าวหน้า ด้วยทุนทรัพย์ที่สามารถช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ในสังคมนั้นดีขึ้นได้ เช่น การอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นเพื่อช่วยสร้างงานสร้างรายได้ การบริจาคเพื่อกิจกรรมการกุศลขององค์กรศาสนาต่างๆ

ในส่วนรายจ่ายพื้นฐานที่เป็นเรื่องจำเป็นที่คนเราหนีไม่พ้น อันได้แก่

รายจ่ายที่จำเป็น ปัจจัย 4 : ที่อยู่อาศัย / อาหาร / ยารักษาโรค / เครื่องนุ่งห่ม / หลักในการบริหารจัดการที่ดีนั้น ก็คือการ “เลือกให้พอดี อย่าเกินกำลังตัวเอง” จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้นได้มาก และ ทำให้เราค้นพบความสุขจากการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายด้วยค่ะ

ในส่วนของหลักคิดนั้นครูพิ้งขอแบ่งปันแนวคิดของตัวเองให้ฟังดูค่ะ

1. ที่อยู่อาศัยที่ดี ไม่ใช่บ้านที่ใหญ่ที่สุด แต่จงตามหา บ้านที่ให้ความสะดวกสบาย อยู่ในทำเลที่ประหยัดเวลาในการเดินทาง และ มีความปลอดภัย มีค่าใช้จ่ายภาระในการผ่อนต่อเดือนต่ำ มีค่าส่วนกลางไม่แพงมาก มีนิติบุคคลที่มีการบริหารจัดการที่ดี และ มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่จุกจิก จะเช่าหรือจะซื้อก็ไม่ผิดค่ะ ถ้าหากมันเหมาะสมกับงบประมาณของเรา

2. การพัฒนาทักษะการทำอาหารให้ดีขึ้น และรู้จักเลือกวัตถุดิบคุณภาพดี จะช่วยให้เราประหยัดมากขึ้นในระยะยาว เป็นการส่งเสริมสุขภาพของทุกคนในครอบครัว และทำให้ครอบครัวมีโอกาสใช้เวลาร่วมกันบนโต้ะอาหารอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

3. การใช้เสพติดการรักษาโรคที่เน้นไปทางการเสริมความงาม ศัลยกรรม อาจไม่เป็นมิตรกับทั้งเงินในกระเป๋า และ สุขภาพเราในระยะยาว ควรยึดหลักของความพอดี และ เริ่มต้นเสริมสร้างจิตใจที่เข้มแข็งจากการฝึกยอมรับตัวเอง

4. การเลือกซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่เป็นของใช้มือ 2 ที่มีคุณภาพ และ ราคาถูกกว่ามาก ไม่ใช่เรื่องน่าอาย การฝึกหาข้อมูลจนเก่งมักจะทำให้ คนที่มีสายตาแหลมคมสามารถทำกำไร จากการซื้อของมือสองมาขายต่อ มานักต่อนัก นะคะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นหัวข้อที่มีความสำคัญต่อการเงินของเราในทุกช่วงชีวิตค่ะ

ก็หวังว่าแนวทางการวางแผนการเงินที่ครูพิ้งให้แนวทางไว้คร่าวๆกันวันนี้ จะช่วยจุดประกายให้หลายๆคนลงมือหยิบกระดาษและดินสอมาเริ่มร่างแผนของตัวเองดูบ้างนะคะ ขอเอาใจช่วยให้คนที่ตัดสินใจเริ่มต้น มีปีที่การเงินของคุณดูดีกว่าปีไหนๆที่ผ่านๆมาค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครูพิ้ง
Say Hello

ครูพิ้ง

Program Director at Pink School of Finance
เพราะครูพิ้งเชื่อในโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตจากการส่งต่อความรู้ด้านการเงินให้กับผู้อื่น เมื่อ 5 ปีก่อน ครูพิ้งจึงทำการตั้งโรงเรียน Pink School of Finance ขึ้นเพื่อเปิดอบรมหลักสูตรการเงินบนพื้นฐานของหลักสูตรการลงทุนระดับโลกที่ชื่อว่า CFA เพื่อคนทุกระดับความรู้และพื้นหลัง และยังคงมุ่งมั่นที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆของโลกการเงินผ่านตัวอักษรตลอดไปไปด้วยความสุขใจที่ได้จุดประกายความสำเร็จให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ครูพิ้ง
Say Hello

Comments

comments

Author: ครูพิ้ง
Tags