เทคนิคบริหารเงินเทพๆ 5 ข้อที่น้องๆ ‘ไม่รู้ไม่ได้’ ก่อนอายุ 30

เนื่องจากช่วงนี้ครูพิ้งได้มีโอกาสแนะนำ และแนะแนว รุ่นน้องวัย 20 กว่าๆ จบใหม่พึ่งทำงานมาหลายท่าน และ พบว่ามีเทคนิคการบริหารเงินหลายประเด็นที่น้องๆในวัยนี้หลายคนไม่ค่อยจะทราบกัน ซึ่งครูพิ้งคิดว่าความรู้ในเรื่องนี้สำคัญมาก และ ประเทศไทยเราก็ไม่ค่อยเน้นสอนเรื่องนี้กันในโรงเรียนเท่าไหร่ เลยอยากจะหาโอกาสแนะนำน้องๆในวัยนี้ให้ได้ฉุกคิดและเรียนรู้เรื่องเงินแต่เนิ่นๆและเพื่อเริ่มต้นฝึกฝนก่อนอายุ 30 ให้ได้มากที่สุด เพราะมันจะสร้างความได้เปรียบในการสร้างฐานะของเราในวัยที่เราพร้อมจะสร้างครอบครัว หรือ ลุยงานเต็มที่ อย่างมากเลยล่ะค่ะ

บทความนี้ครูพิ้งเลยอยากจะมาแบ่งปันสิ่งที่ครูพิ้งเองได้เรียนรู้และมีประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องเงินในช่วงที่ตัวเองอายุ 20-30 ให้ฟังกันนะคะ

ประเด็นที่ 1 : เวลามีค่ามากกว่าเงิน จงยอมลงทุนจ่ายเงินเพื่อใช้เวลาในช่วงนี้พัฒนาตัวเอง
สิ่งที่ควรฝึกฝน : ฝึกการใช้เวลาว่างเพื่อสร้างมูลค่าในตัว อ่านหนังสือภาษาต่างประเทศ ฝึกภาษา ลงเรียนสาขาวิชาที่สนใจเพิ่มเติม

เวลา 10 ปีแรกของวัยทำงานนี้แหล่ะค่ะ ที่จะมีส่วนช่วยให้เราสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและการเงินของเรา ในช่วงที่เราเริ่มต้นสร้างฐานะอย่างจริงจังหลังจากเข้าสู่วัย 30 เต็มตัว เพราะถึงแม้ว่าบางท่านจะคิดว่ารายได้เราในช่วงนี้จะน้อยอยู่ คงจะเก็บเงินได้ไม่เป็นกอบเป็นกำ ประหยัดไว้ก่อนดีกว่า แต่อย่าลืมว่า สิ่งที่เรามีมากกว่าตัวเราเองในวัย 30 อัพไปแล้ว คือ ‘เวลา’ ค่ะ ในช่วงนี้ ภาระหน้าที่ของเรายังมีน้อยเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ที่แต่งงานมีลูกแล้วจริงๆ หลังเลิกงานมีเวลาที่จะทำอะไรก็ได้ วันหยุดเสาร์อาทิตย์เลือกที่จะทำอะไรก็ได้ วันลาพักร้อนที่มีจะเลือกทำอะไรก็ได้ น้องๆขา ครูพิ้งรู้สึกว่าเวลาของคุณมันช่างดูเหลือเฟือน่าอิจฉาจริงจริ๊งงงงงงง

แต่อย่างไรก็ดีน้องๆหลายคนอาจจะยังไม่ได้ฉุกคิดว่า

เวลาที่เรามีเหลือเฟือในช่วงนี้แหล่ะค่ะเป็นช่วงเวลาที่มีค่าดั่งทอง หากเรารู้จักเอาไปฝึกฝนตนเองให้มีทักษะหรือ ความสามารถใดๆที่เป็นที่ต้องการของผู้อื่นให้เราหาเงินได้มากขึ้นอีกหลายเท่า การที่เราจะเสียเวลาที่จะไม่ลงทุนกับตัวเองเพื่อ ประหยัดเงิน เมื่อเวลาผ่านไปเรามักจะพบว่า รู้อย่างนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้วน่าจะรีบเรียนภาษา ลงเรียนกราฟฟิคดีไซน์ ลงเรียนทำอาหาร ลงเรียนวิชาเกี่ยวกับการเงินการลงทุน หรืออะไรก็ได้ที่อยู่ในความสนใจและต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียนรู้ ก่อนที่ภาระหน้าที่ในชีวิตจะพอกพูนจนหาเวลานอนแทบไม่ได้

ครูพิ้งกล้าพูดเลยค่ะ ในวัยนี้ประหยัดอะไรก็ประหยัดได้ แต่เรื่องนี้ขอไว้เรื่องนึง เพราะนี่ควรจะเป็นช่วงที่เราลงทุนลงแรงกับตัวเราเองให้เต็มที่ที่สุด เพื่อพัฒนาความรู้ทุกๆอย่างจนเกิดความเชี่ยวชาญ ค้นหาความถนัดของตัวเอง ตั้งเป้าหมายในสายอาชีพงานขึ้นมาให้ชัดเจน มองไปอีก 10 ปีข้างหน้าแล้วถามตัวเองว่า ณ วันนี้ มีทักษะด้านใดที่เรายังขาดอยู่ ? ควรลงทุนเรียนอะไรเพิ่มเติมด้วยช่องทางที่ประหยัดทั้งเงิน เวลา และ ค่าเสียโอกาสมากที่สุด ? ถ้าหลักสูตรออนไลน์ที่ไหนมีให้รีบทำการบ้านเปรียบเทียบกับหลักสูตรเรียนสด หาข้อมูลว่าน่าสนใจมั้ย เพราะอาจจะประหยัดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายได้มากโขค่ะ

ประเด็นที่ 2 : หนี้ที่ก่ออย่างชาญฉลาด ก็ช่วยทำให้ประหยัดเงิน หรือ หาเงินได้มากขึ้น
สิ่งที่ควรฝึกฝน : ฝึกการตั้งงบประมาณ จดค่าใช้จ่าย ไม่ใช้จ่ายเกินตัว และทำความเข้าใจกับวิธีการก่อหนี้ที่ถูกต้อง

ก่อนอื่นครูพิ้งอยากให้น้องๆทำความเข้าใจก่อนว่า ข้อดีของหนี้คือโอกาสที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินขนาดใหญ่เร็วขึ้น โดยที่เราไม่ต้องจมเงินก้อนใหญ่ หรือ ไม่ต้องรอให้เก็บเงินครบก่อนถึงซื้อได้ และ หนี้ที่ดีคือหนี้ที่จะสร้างผลตอบแทนให้เรามากกว่าดอกเบี้ย ที่เราจะต้อเสียให้กับเจ้าหนี้เท่านั้น ถ้านอกเหนือจากนั้นแล้วควรตั้งสติละเว้นการก่อหนี้ด้วยประการทั้งปวงค่ะ ทีนี้ลองมาคุยกันเรื่องหนี้แบบต่างๆที่เรามักจะมีกันดูบ้าง

บัตรเครดิต
ตั้งแต่เริ่มมีบัตรเครดิต ชีวิตน้องๆก็คงสะดวกดี อยากได้อะไรก็รูด รู้ตัวอีกที หนี้ท่วมหมุนเงินหน้ามืด ไม่สนุกแล้วใช่มั้ยคะ ?
ดังนั้น ถ้าเราคิดจะก่อหนี้แล้วเอาไปซื้ออะไรที่ไม่เกิดผลตอบแทนในรูปแบบ % เงินที่ได้มากกว่าดอกเบี้ยแล้วล่ะก็ ขอให้คิดให้หนักๆเลยก่อนรูดค่ะ เพราะถ้ารูดไปเราก็ต้องมีเงินพอจ่ายคืนเต็มจำนวนในช่วงตัดรอบนะคะ ไม่อย่างนั้นเราก็จะตกเป็นทาสดอกเบี้ยมหาโหดของบัตรเครดิตค่ะ ด้วยเหตุนี้หลายๆคนจึงกลัวการเป็นหนี้บัตรเครดิตและไม่ใช้เลย และในขณะที่ หลายๆคนก็เป็นหนี้บัตรเครดิตจนท่วมหัวไม่ใช้(คืนเค้า)อีกเหมือนกัน

แต่จริงๆแล้วบัตรเครดิตมีประโยชน์มากมายค่ะ ทั้งส่วนลดร้านอาหาร สะดวกซื้อสินค้าออนไลน์ และ ความปลอดภัยไม่ต้องพกเงินสด และมีประโยชน์มากๆ คือบัตรเครดิตที่ช่วยให้เราสะสมไมล์กับสายการบินแบบ 1 ต่อ 1 เพราะหมายถึงว่า ถ้าเราสะสมไมล์ได้มากๆ เราก็แลกไมล์บินไปเปิดโลกกว้างได้ถูกๆ หรือถ้าเราผ่อน 0% กับบัตรเครดิต เราก็มีโอกาสค่อยๆบริหารเงินของเราต่อเดือน โดยที่ไม่ต้องจมเงินสดไปทั้งก้อน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานกำลังการจ่ายคืนเต็มจำนวนของเราในแต่ละเดือนเท่านั้นนะคะ จำไว้เลยค่ะ อย่าจ่ายแค่ขั้นต่ำนะคะ อันตรายมากจริงๆค่ะ

หนี้รถ
สำหรับน้องๆวัยทำงานจบใหม่ๆ หลายๆคนคงจะคิดว่า ผ่อนรถสำคัญกว่าผ่อนบ้านแน่ๆ เพราะราคาถูกกว่า และ ยังเป็นหน้าเป็นตาขับพากันไปเฮฮาได้ทั่วไทย แต่จริงๆแล้วหนี้รถเป็นหนี้ที่ไม่ใช่ความคิดที่คุ้มค่าเท่าไหร่ในวัยนี้ ผ่อนก็หนัก ดอกเบี้ยก็แพง ค่าบำรุงรักษาก็จุกจิก แถมสุดท้ายจ่ายซื้อรถไปเต็มจำนวน เวลาผ่านไปมูลราคาขายมือสองยังไงก็ตกฮวบ ผ่อนไม่ไหวรถก็โดนยึดกลายเป็นดราม่าของชีวิต ดังนั้นถ้าเทียบกันแล้ว

ถ้าอยากให้ตัวเองมีเงินก้อนในอีก 5 ปีข้างหน้า ควรคิดเก็บเงินไว้ก่อนยังไม่ต้องรีบซื้อรถ หาทางพักอาศัยให้ใกล้ที่ทำงานไว้ก่อน ใช้ประโยชน์จากรถของบริษัท แล้วเอาเงินก้อนเดียวกันสะสมไว้เผื่อเปลี่ยนเป็นเงินดาว์นคอนโดในเมือง หรือเช่าอยู่ไปก่อนแล้วเอาเงินที่เหลือไปออมไปลงทุน อดเปรี้ยวไว้กินหวาน วันข้างหน้าน้องๆคงขอบคุณตัวเองมากๆค่ะที่อดทนใช้บริการรถสาธารณะ และ อดทนไม่ยอมแพ้ต่อความลำบากของการไม่มีรถ ในกรณีแบบนี้หัวเราะทีหลังดังกว่ามากนะคะ

หนี้บ้าน
หนี้บ้านเป็นความคิดที่ดีค่ะ เพราะเป็นหนี้ที่ก่อนเพื่อการลงทุนในที่อสังหาริมทรัพย์ที่สามารถเพิ่มขึ้นในมูลค่าในระยะยาว แต่ในวัยของน้องๆตอนนี้ การผ่อนต้องอยู่บนเงื่อนไขหลายๆอย่างที่เรารับไหว ทั้งในเรื่องของราคา เงินดาวน์ ดอกเบี้ย ส่วนลด ผลประโยชน์ในตอนซื้อ การรับภาระผ่อนต่อเดือน และ ตำแหน่งที่ตั้งของบ้านว่าจะช่วยเอื้อให้เกิดความสะดวกในการทำมาหากินเพิ่มหรือไม่ ส่วนใหญ่วัยนี้ถ้าทางบ้านช่วยเรื่องที่อยู่ก็สบายไปค่ะ ถ้าไม่มีใครช่วยอันนี้ต้องทำการบ้านให้ดีๆเลยเพราะอาจจะชะลอการซื้อไปก่อนได้แล้วเอาเงินไปลงทุนกับการศึกษาของตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย? ส่วนเรื่องการผ่อนครูพิ้งเคยเขียนเรื่องการผ่อนบ้านให้รวยไปให้ฟังแล้วคราวที่แล้ว ลองติดตามได้ในบทความก่อนหน้านี้ค่ะ

ประเด็นที่ 3 : เงินที่ถูกใช้อย่างชาญฉลาด จะช่วยให้เรามีเงินเหลือเก็บมากขึ้น
สิ่งที่ควรฝึกฝน : ฝึกตัวเองให้เลือกจ่ายเพื่อคุณภาพ รู้จักรอคอย เปรียบเทียบราคา และ เปิดหูตาให้ไวคอยมองหาจังหวะเวลาซื้อของดีในราคาเซล

มันคือสัจธรรมเลยค่ะว่า สินค้าชิ้นเดียวกัน ในเวลาที่ต่างกัน ในสถานที่ต่างกัน มักจะมีราคาที่ถูกแพงต่างกัน หลักการนี้ใช้ได้ดีกับการลงทุนทุกชนิดด้วยเช่นกันนะคะดังนั้นถ้าน้องๆอยากฝึกตัวเองเป็นนักลงทุนที่เก่งก็ควรเริ่มต้นฝึกสายตาเราในการเลือกซื้อ เลือกไล่ล่าหาของดีราคาถูกกันให้เก่งๆกันเสียก่อน ลองมาดูกันค่ะ ว่าในการช้อปปิ้งที่เราต้องทำกันเป็นประจำเราจะสามารถซื้อของให้ฉลาดขึ้นได้อย่างไร

  1. ซื้อของที่จำเป็นต้องใช้งาน ไม่ซื้อของเพราะปมในใจ หรือเพื่อสร้างภาพ ของที่ซื้อที่ผลิตอย่างมีคุณภาพและทนทานเพื่อการใช้งานในระยะยาว ไม่ซื้อเกินความจำเป็น ซื้อในลักษณะมือสอง สภาพดี ซื้อช่วงเซล หรือ ไปซื้อเวลาเดินทางไปต่างประเทศ
  2. หากเป็นของมูลค่าสูง ให้ลองมองในแง่การลงทุนว่าอีก 5 ปี ของชิ้นนั้นจะมีมูลค่าสูงขึ้น หรือ ลดลง ถ้าคิดจะซื้อจริงๆ ให้หาโอกาสซื้อแบบผ่อน 0% กับบัตรเครดิตสะสมไมล์ และควรเลือกซื้อของที่ผลิตอย่างจำกัด มีความต้องการต่อเนื่อง ขายต่อมูลค่ามีแนวโน้มไม่ตกและมีราคาเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว และต้องมองโอกาสให้เป็น การตัดสินใจต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว รอบคอบและแม่นยำ เพราะบางครั้งถ้าเราช้า อาจจะพลาดโอกาสไป แต่บางครั้งถ้าตัดสินใจเร็วไป ก็อาจจะพลาดถูกหลอกได้ค่ะ
  3. อย่าจ่ายเพื่อทำร้ายตัวเอง อย่างการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การกินของที่ทำให้เสียสุขภาพ การละเลยการออกกำลังกาย ในขณะเดียวกันจงจ่ายเพื่อการมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่มองไม่เห็น อย่างการมีบัตรเดบิตที่พ่วงประกันสุขภาพและอุบัติเหตุมาด้วย ก็เป็นทางเลือกเริ่มต้นที่ไม่แพงเลยค่ะ เพราะอย่างน้อยเวลาเราพลาดมีอุบัติเหตุมา เราก็ไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อนในวงเงินฉุกเฉินซัก 5,000 บาทในโรงพยาบาลชั้นดี บริการชั้น 1

ประเด็นที่ 4 : ออมเงินและลงทุนอย่างชาญฉลาด จะช่วยให้เรามีเงินเก็บและทุนรอนเพื่อช่วยให้สามารถสร้างฐานะได้เร็วขึ้น
สิ่งที่ควรฝึกฝน : ศึกษาหาความรู้เรื่องการจัดสรรเงินออมและทางเลือกการลงทุนที่ถูกต้องบนความเสี่ยงที่เหมาะกับตัวเอง

ก่อนจะลงทุนได้ก็ต้องมั่นใจนะคะว่าเราออมเงินไปเผื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และ ประกันชีวิต/สุขภาพของเราแล้ว แต่การมีเงินเหลือเก็บไม่ได้แปลว่าจะลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ได้ตามใจฉัน แบบ ‘ชั้นมีเงินเก็บแล้ว ชั้นจะลงทุนในอะไรก็ได้’ นะคะ
บางคนอาจจะคิดว่าการจ่ายเงินออกไปเป็นการลงทุนในสินทรัพย์นั้นเป็นความคิดที่ดีเสมอ แต่ครูพิ้งอยากให้น้องๆฉุกคิดก่อนตัดสินใจว่า

สินทรัพย์ และ หนี้สิน นั้นวิ่งตามกันเหมือนเงา หมายความว่า การลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ก็มักจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเกิดขึ้น และ สินทรัพย์แต่ละชนิดก็มีสภาพคล่องที่ไม่เท่ากัน โดยเงินสดซึ่งมีสภาพคล่องที่มากที่สุด จะมีความสำคัญมากเพื่อความราบรื่นของการดำเนินชีวิต ในขณะที่บ้าน รถ ของแบรนด์เนม เพชรพลอย หุ้น ทองคำ กองทุน พันธบัตรล้วนมาพร้อมภาระผูกพันและค่าเสื่อม ความผันผวนของราคาและสภาพคล่องที่น้อยกว่า ที่เราต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนซื้อ ว่ากำลังของเราเพียงพอจะครอบครองของที่สภาพคล่องต่ำมาก หรือ สามารถถือลงทุนกับมันในระยะยาวได้หรือไม่หากราคาผันผวนไม่เป็นไปตามคาด เพราะสุดท้าย ถ้าเราเงินสดขาดมือ การนำสิ่งเราคิดว่าเป็นสินทรัพย์มาขายต่อแบบร้อนรน ก็กลับกลายเป็นเสียราคา เสียมูลค่า จนต้องเสียใจ ในที่สุดเสมอค่ะ

ประเด็นที่ 5 : เพิ่มรายได้ให้ตัวเองอย่างชาญฉลาดในเวลาที่เรามีอย่างจำกัด อย่าพึ่งพารายได้จากทางเดียว
สิ่งที่ควรฝึกฝน : วางแผนทำธุรกิจบนความถนัด ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี พัฒนาความสามารถเฉพาะตน และ มองหาโอกาสและแนวความคิดในการสร้างธุรกิจ จากการอ่านและการเดินทาง

สมัยนี้คนเราจะเอาแต่พึ่งรายได้ทางเดียวกันไม่ได้แล้วล่ะค่ะ นั่งๆอยู่ยานแม่ที่ต่างประเทศอยากลดต้นทุนเพราะธุรกิจมีปัญหา ก็สั่งลดเงินเดือนหรือปลดพนักงานออกเป็นแถบๆ ดังนั้นการมีรายได้หลายๆทางจะช่วยเพิ่มความมั่นคงในชีวิตได้ดีที่สุดนะคะ และ นอกจากจะต้องทำงานในสายอาชีพที่มีโอกาสก้าวหน้าแล้ว น้องๆควรใช้ประโยชน์จากเวลาที่เรามีแบ่งมาพัฒนาธุรกิจที่จะช่วยทำ ให้เราสามารถเพิ่มรายได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยี

สมัยนี้ ทุนน้อยก็ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานและธุรกิจได้กันทั้งนั้นค่ะ เพราะมีระบบOutsource อยู่มากมายให้เราเลือกใช้โดยที่แทบไม่ต้องพึ่งพนักงานประจำ ขอเพียงให้เราเข้าใจก่อนว่า

การทำธุรกิจส่วนใหญ่จะต้องอาศัยเวลาอย่างต่ำๆ 5 ปี ในการลองผิดลองถูก และ สะสมชื่อเสียง ในระหว่างนั้นเราจะเป็นทั้งมนุษย์เงินเดือนและเถ้าแก่ในคนคนเดียวกันไปก่อนก็ได้ ค่อยๆทำไป อีกอย่างยุคนี้น้องๆหลายคนอาจจะมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวกันบ่อยๆ แต่ก็ไม่ควรเอาแต่เซลฟี่โพสอย่างเดียว ลองใช้โอกาสเดินทางเปิดมุมมองเพื่อเรียนรู้ไอเดีย แนวทางการลงทุนและการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศดูด้วย ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์ จากโอกาสที่เรา ได้ไปรู้ไปเห็นโลกกว้างไปในตัวได้ดีทีเดียวค่ะ

ครูพิ้งก็หวังว่าแนวคิดเรื่องการบริหารเงินทั้ง 5 ข้อนี้ จะช่วยจุดประกายให้น้องๆในวัยทำงานได้ตื่นตัวกับการวางแผนออกแบบชีวิตให้มั่นคงกันในวันข้างหน้ากันได้แต่เนิ่นๆนะคะ ‘เพราะเวลา….มีค่ามากกว่าเงินจริงๆ ! ’
และหากใครต้องการปรึกษาแนะแนวชีวิตเพิ่มเติมก็สามารถส่งคำถามมาทาง Facebook Page ของครูพิ้งได้เสมอเลยค่ะ

ขอขอบคุณ KrungSriGuru ผู้สนับสนุนบทความนี้ และ ของแถมดีๆ “เคล็ดลับสู่เงินล้านกับการเพิ่มรายได้ 10 เท่า”

และ ขอเชิญชวนติดตามอ่านบทความจากเวบไซต์ทางการเงินดีๆของที่นี่กันเป็นประจำด้วยค่ะ
https://www.krungsri.com/bank/th/KrungsriGuru.html

ครูพิ้ง
Say Hello

ครูพิ้ง

Program Director at Pink School of Finance
เพราะครูพิ้งเชื่อในโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตจากการส่งต่อความรู้ด้านการเงินให้กับผู้อื่น เมื่อ 5 ปีก่อน ครูพิ้งจึงทำการตั้งโรงเรียน Pink School of Finance ขึ้นเพื่อเปิดอบรมหลักสูตรการเงินบนพื้นฐานของหลักสูตรการลงทุนระดับโลกที่ชื่อว่า CFA เพื่อคนทุกระดับความรู้และพื้นหลัง และยังคงมุ่งมั่นที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆของโลกการเงินผ่านตัวอักษรตลอดไปไปด้วยความสุขใจที่ได้จุดประกายความสำเร็จให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ครูพิ้ง
Say Hello

Comments

comments

Author: ครูพิ้ง
Tags