เรื่องของ Super Son : เด็กชายผู้วิ่งฝ่าสายฝนจนได้ดี

บทความนี้นำมาจาก Facebook ค่ะ  อ่านแล้วทำให้รู้ว่า คนที่ไม่เกี่ยงงาน และ ใช้ประโยชน์จากทุนที่เรามีติดตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ย่อมไม่จำเป็นต้องพึ่งบารมีพ่อแม่ในการสร้างเนื้อสร้างตัวจริงๆค่ะ

เด็กที่ไม่มีร่มกางจึงจะมีความพยายามที่จะวิ่งฝ่าสายฝน

บทความจีนเรื่องนี้ ต้องการสื่อถึงความพยามยามซื่อสัตย์อดทนของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ย่อท้อต่อความยากจนที่ติดตัวมาแต่กำเนิดไม่โทษว่าเป็นความผิดของพ่อแม่ที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆให้ ในทางกลับกันเขากลับขอบคุณพ่อแม่ที่มอบ “ขา 1 คู่” ที่แข็งแรงเพราะเกิดในชนบทห่างไกลความเจริญ

ตอนที่พ่อเขานั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ยื่นมืออันสั่นเทาส่งเงิน 4,533 หยวนที่ไปหยิบยืมมากจากทุกสารทิศให้กับเขาเขาเข้าใจดีว่าหลังจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมในภาคการศึกษานั้นเป็นเงิน 4,100 หยวนแล้วเขาจะเหลือเงินเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและจิปาถะเพียง 433 หยวนเขาก็รู้ซึ้งแก่ใจดีว่าพ่อของเขาได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วคงไม่สามารถให้เขามากไปกว่านี้ได้”พ่อครับพ่อไม่ต้องห่วงลูกชายของพ่อนะลูกยังมี 2 แขนและ 2 ขาดีอยู่”

เขายิ้มสู้กับความขมขื่นและยิ้มปลอบใจพ่อหันตัวออกและเดินไปตามทางภูเขาที่โค้งไปมาขณะที่เขาหันตัวออกนั้นน้ำตาเขาก็ไหลออกมา
เขาสวมใส่รองเท้าพลาสติกกึ่งใหม่เดินตามทางบนเขาไกลถึง 120 ลี้

เมื่อถึงมหาวิทยาลัยหลังจากชำระค่าเล่าเรียนแล้วเขาเหลือเงินในมือเพียง 365 หยวนเวลา 5 เดือนกับเงิน 300 กว่าหยวนจะอยู่ได้อย่างไร
หันมองไปดูนักศึกษาอื่นรอบข้างที่มีเครื่อง MP3 คล้องคอสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมเดินไปมาและยิ้มทักทายกันอย่างรวดเร็ว
พูดถึงอาหารเขาจะกินเพียงแค่ 2 มื้อและแต่ละมื้อต้องไม่ให้เกิน 2 หยวนนี่คือสิ่งที่เขาตั้งจะทำเพื่อให้มีรายจ่ายน้อยที่สุดมิฉะนั้นแล้วเขาจะไม่สามารถอยู่รอดจนถึงวันสุดท้ายของภาคการศึกษานี้ได้

คิดไปคิดมาในที่สุดเขาก็ตัดสินใจอย่างห้าวหาญซื้อโทรศัพท์มือถือมือสองมา 1 เครื่องด้วยเงิน 150 หยวนโทรศัพท์เครื่องนี้ ในวันต่อมาบอร์ดที่โฟสข้อความต่างๆของมหาวิทยาลัยนั้นทุกๆกระดานจะมีแผ่นกระดาษใบเล็กๆเขียนข้อความด้วยลายมือติดไว้ว่า “คุณต้องการให้ช่วยบริการอะไรไหม? หากคุณไม่ต้องการไปซื้ออาหารเอง ต้มน้ำดื่มเองจ่ายค่าโทรศัพท์เองฯลฯขอให้ติดต่อข้าพเจ้าที่เบอร์….. คุณจะได้รับการบริการในเวลาอันรวดเร็วที่สุดค่าบริการภายในมหา’ลัยครั้งละ 1 หยวนนอกมหา’ลัยภายในรัศมีไม่เกิน 1กิโลเมตรคิดค่าบริการครั้งละ 2 หยวน”

เมื่อได้ติดแผ่นโฆษณาลงบนการดานต่างๆแล้วเบอร์โทรของเขากลายเป็นหมายเลขที่ “hot” ที่สุดขึ้นมาทันทีเริ่มด้วยรุ่นพี่ปี 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นคนแรกที่โทรเข้ามาบอกว่า “ฉันเป็นคนขี้เกียจตอนเช้าไม่อยากตื่นมาซื้ออาหารเรื่องนี้ก็รบกวนคุณแล้วกัน”
“ได้เลยครับ! ทุกวันเวลา 7 โมงเช้าฉันจะส่งไปอาหารถึงห้อง(หอพัก)คุณ” พูดจบเขาก็ลงบันทึกรายการแรกของธุรกิจอย่างตื่นเต้นก็มีเพื่อนนิสิตอีกคนส่งข้อความมาว่า “ไม่ทราบว่าจะไปซื้อรองเท้าแตะให้คู่หนึ่งได้ไหม? ส่งมาที่ห้องหมายเลข 504 รองเท้าเบอร์ 41เอาที่กันกลิ่นอับได้ด้วยนะ”

เขาเป็นเด็กฉลาดเข้ามาเรียนได้ไม่นานก็พบปรากฎการณ์ที่น่าสนใจนั่นคือในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้โดยเฉพาะนิสิตปี3และปี4 ใช้ห้องพักเป็น”ที่ซุกอาศัย” เขาให้นิยาม”ที่ซุกเอาศัย” ว่าคือกลุ่มเด็กที่มีฐานะทางครอบครัวดีหน่อยจะซุกอยู่แต่ในห้องพักทั้งวันทั้งคืนไม่ว่าจะอ่านหนังสือเล่นเกมคอมพิวเตอร์แม้กระทั่งอาหารการกินก็ไม่ยอมออกลงไปซื้อที่ด้านล่าง

ในขณะที่เขาเติบโตมาจากบนดอยผ่านการเดินบนทางภูเขาที่ขรุขระและลาดชันทำให้เขามีขาที่เดินได้รวดเร็วการขึ้นบันไดไปชั้น 5 ชั้น 6 นั้นสำหรับเขาแค่กระพริบตาก็ถึงแล้ว

ในบ่ายวันเดียวกันมีนิสิตคนหนึ่งโทรมาขอให้เขาไปซื้ออาหารจานด่วนนอกสถาบันซึ่งขายในราคามาตรฐานที่ 15 หยวนต่อจานพอวางสายปั๊บเขาก็งบึ่งไปอย่างรวดเร็วปานลมหมุนรวมเวลาที่ไปและกลับมาส่งถึงมือคนสั่งใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที นี่ก็เร็วเกินไปหน่อยกระมัง! นิสิตคนนั้นรู้สึกทึ่งและรีบส่งเงินให้ 20 หยวนเขาทอนเงินคืน 3 หยวนโดยให้เหตุผลว่าเขาบอกแล้วว่าค่าบริการนอกสถาบันคิด 2 หยวนการทำธุรกิจ

จากการบริการที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือที่ได้รับความไว้วางใจทำให้ทุกห้องทุกหอเมื่อมีสิ่งของที่จะซื้อจะนึกถึงเขาขึ้นมาการมีธุกิจที่ร้อนฉ่าได้ขนาดนี้ ต้องถือว่าเกินความคาดหมายของเขาไปอย่างมากมีบางครั้งที่เวลาพักจากชั่วโมงเรียนเมื่อเปิดดูข้อความในมือถือจะพบกับรายการหลากหลายเกือบทุกชนิดที่จะไหว้วานให้เขาไปทำให้

ในบ่ายวันหนึ่งฝนตกลงมาอย่างหนักมีเสียงส่งข้อความทางโทรศัพท์ดังเข้ามาเป็นข้อความจากนิสิตหญิงคนหนึ่งแจ้งความจำนงว่าต้องการร่ม 1 คัน  ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีพอเขาได้รับข้อความเขาก็รีบวิ่งลุยฝนออกไปเนื้อตัวที่เปียกมะร่อกมะแร่กเอาร่มไปส่งให้กับนิสิตสาวทำเอาเธอประทับใจอย่างสุดซึ้ง  ถึงกับโอบกอดเขาไว้นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รับการโอบกอดจากสาวเขาได้แต่กล่าวคำขอบคุณๆและไม่สามารถหยุดการไหลของน้ำตาได้ ….

พร้อมกับการเป็นที่รู้จักของเพื่อนๆมากขึ้นธุรกิจของเขาก็ยิ่งโตวันโตคืน
เวลาผ่านไปไวเหมือนพริบตาจากการที่เขาวิ่งส่งงานบริการภาคการศึกษาที่หนึ่งก็ได้สิ้นสุดลงแล้วเขาได้กลับบ้านไปในช่วงฤดูหนาวที่บ้านพ่อเฒ่ายังคงวิตกกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการศึกษาถัดไปของเขาอยู่เขาเอาเงิน 1,000 หยวนออกมายัดเยียดใส่มือพ่อและพูดว่า “พ่อครับถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้ให้บ้านที่มีฐานะกับผมแต่พ่อได้ให้ขาคู่ที่สามารถวิ่งได้ดีมากด้วยสองขาที่พ่อให้มานี้ผมสามารถ ‘วิ่ง’จนจบมหาวิทยาลัยและจะมีชื่อเสียงได้ครับ”

ปีการศึกษาต่อมาเขาไม่ได้ทำงานคนเดียวอีกต่อไปเขารับเพื่อนร่วมงานที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะไม่ค่อยดีมาช่วยให้บริการทั้งในมหาวิทยาลัยและนอกมหาวิทยาลัยการให้บริการที่ขยายวงออกไปทำให้ค่อยๆสามารถขยายธุรกิจออกไปได้อย่างมั่นคง

วิ่งไปวิ่งไปวิ่งไปไม่หยุดยั้งเขากำลังวิ่งไปสู่ทางสำเร็จ
เขาให้นิยาม “กระปุกทอง”ของเขาไว้ที่ 5 แสนหยวน ปัจจุบันนอกจากเป็นนิสิตปี 3 แล้วเขายังเป็นตัวแทนจำหน่ายในมหาวิทยาลัยแต่เขาก็ยังเป็นชายหนุ่มคนเดิมที่เรียบง่ายทำงานหนักอย่างการรับต้มน้ำ 1 กาและนำส่งให้ลูกค้าในเวลาอันรวดเร็วปานลมเพื่อให้ได้เงินค่าจ้าง 1 หยวนเช่นเดิม

ชื่อจริงของเขาคือนายเจียหนัน แซ่เฮอ ผู้มาจากตำบลเนินเขาห่างไกลชื่อ Daxinanling ตรงเข้าสู่วิทยาลัยครูประจำจังหวัด

 

ครูพิ้ง
Say Hello

ครูพิ้ง

Program Director at Pink School of Finance
เพราะครูพิ้งเชื่อในโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตจากการส่งต่อความรู้ด้านการเงินให้กับผู้อื่น เมื่อ 5 ปีก่อน ครูพิ้งจึงทำการตั้งโรงเรียน Pink School of Finance ขึ้นเพื่อเปิดอบรมหลักสูตรการเงินบนพื้นฐานของหลักสูตรการลงทุนระดับโลกที่ชื่อว่า CFA เพื่อคนทุกระดับความรู้และพื้นหลัง และยังคงมุ่งมั่นที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆของโลกการเงินผ่านตัวอักษรตลอดไปไปด้วยความสุขใจที่ได้จุดประกายความสำเร็จให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ครูพิ้ง
Say Hello

Comments

comments

Author: ครูพิ้ง
Tags