สัมภาษณ์งานให้รุ่ง (ตอน 3/3)…ห้ากับดักต้องระวังขณะสัมภาษณ์งาน

สัมภาษณ์งานให้รุ่ง (ตอน 3/3)…ห้ากับดักต้องระวังขณะสัมภาษณ์งาน

คนที่มีหน้าที่รับสมัครพนักงานนั้น  เคยเห็นทุกสิ่งทุกอย่างมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครที่ลอกเรซูเม่คนอื่นเขามา   ผู้สมัครที่แต่งตัวดูสกปรกแบบไม่น่ารับได้หรือแม้แต่ผู้สมัครที่มีพ่อแม่พามาสอบสัมภาษณ์ก็ตาม ครูพิ้งว่าหลายเคสนี่คุณคงเดาไม่ถูกเลยค่ะว่าจะมีจริงด้วย  หากเป็นเรื่องอะไรที่ผิดพลาดกันเล็กน้อยแล้ว นายจ้างก็คงมองข้ามไปได้หาก ผู้สมัครมีคุณสมบัติอื่นที่เหมาะสมกับงานจริงๆ แต่หากเป็นความผิดพลาดหนึ่งในห้าข้อต่อไปนี้นี่รับประกันได้เลยค่ะว่าจะต้องทำให้คุณตกที่นั่งลำบากแน่ๆ

การพูดจาให้ร้ายห้ามนินทาหรือวิจารณ์นายจ้างปัจจุบันหรือนายจ้างในอดีตเป็นอันขาดค่ะ ทุกบริษัทย่อมต้องการคนที่ทำงานเป็นทีมที่สามารถร่วมงานกับคนอื่นได้แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอยู่แล้ว จริงอยู่ที่ไม่มีบริษัทใดไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องพูดถึงประเด็นอะไรที่ถือว่าเป็นเรื่องความน่าลำบากที่บริษัทเก่าแล้วก็หาวิธีพูดให้ดูดีแบบให้เกียรติกันและพยายามเน้นไปที่ทักษะหรือข้อคิดที่คุณได้จากประสบการณ์นั้นแล้วกันนะคะ

ไม่แสดงให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนนายจ้างทุกรายต้องการคนที่มีความแข็งแกร่งหรือทำอะไรที่ตนทำเองไม่ได้หรือต้องการความช่วยเหลือ อย่ากลัวที่จะบอกว่าคุณเก่งเรื่องอะไรและยกตัวอย่างสิ่งที่คุณทำจนเกิดผลหรือแก้ไขได้สำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันคุณก็จำเป็นต้องพูดถึงสิ่งที่คุณตั้งใจจะพัฒนาตนเองด้วยเพราะไม่มีใครหรอกที่จะเก่งไปเสียทุกเรื่อง แม้แต่ซีอีโอเองยังต้องรู้ตนเองเลยว่าขาดตกอะไรไปจึงต้องจ้างคนอื่นมาเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้น

ไม่มีการเตรียมตัว หากวันสัมภาษณ์สำคัญขนาดนี้ยังไม่เตรียมตัวแล้วบริษัทจะคาดหวังอะไรกับเราได้ในวันทำงานอื่นๆ จริงไหมคะ ทุกวันนี้เปิดเว็บ เปิด Facebookหรือ LinkedInง่ายจะตาย เราไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งนั้นค่ะในการที่จะเดินเข้าห้องสัมภาษณ์แบบไม่มีความรู้อะไรเลย ครูพิ้งแนะนำให้ทำการบ้านดีๆ นะคะ ยิ่งหากบังเอิญคุณมีใครรู้จักที่ทำงานอยู่ที่นี่หรือรู้เรื่องภายในของเขาก็อาจเป็นโอกาสอันดีให้คุณได้ดึงข้อมูลมาตั้งเป็นคำถามในเวลาสัมภาษณ์อีกด้วย

ไม่ถามคำถามผู้สมัครที่ดีควรจะมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับทีมงาน บทบาท กลยุทธ์หรือสิ่งที่ตนเองจะต้องทำในวันแรกที่เข้าทำงาน ในเวลาหกเดือนหลังจากเริ่มงานหรือในเวลาหนึ่งปี เป็นต้น คุณควรแสดงให้เห็นถึงไฟหรือความชื่นชมในสิ่งที่บริษัทนี้ทำอยู่และโชว์ให้เขาเห็นว่าคุณตื่นเต้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม เตรียมคำถามที่ดูจริงจังและฉลาดห้าถึงสิบคำถามไว้ก่อน ไม่ใช่คำถามพื้นๆ ที่ผู้รับสมัครคาดว่าคุณจะต้องถามอยู่แล้ว ถามไปเลยว่าธุรกิจนี้ทำอะไรกันอย่างไร แข่งกันที่ตรงไหน สภาพแวดล้อมในการทำงานหรือวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร ประมาณนี้นะคะ

มีตนเองเป็นศูนย์กลางผู้สมัครบางคนเวลาจะพูดอะไรก็ “ผม” อย่างนั้นหรือ “ดิฉัน” อย่างนี้ จริงอยู่ค่ะที่นายจ้างต้องการรู้ว่าคุณทำอะไรสำเร็จมาบ้าง แต่วิธีการนำเสนอนั้นก็สำคัญเช่นกัน คุณเป็นคนทำเองทั้งหมดเลยหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นผลงานของทีม แม้ว่ามันจะเป็นฝีมือของคุณเองก็ตามก็อย่าลืมด้วยว่านี่คือยุคสมัยของความร่วมมือ ทุกบริษัทต้องการคนที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนจากที่อื่นและสื่อสารได้ว่าตนมีส่วนร่วมทำอะไรเพื่อเป้าหมายในภาพรวมของทีมมาบ้าง

 

ครูพิ้ง
Say Hello

ครูพิ้ง

Program Director at Pink School of Finance
เพราะครูพิ้งเชื่อในโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตจากการส่งต่อความรู้ด้านการเงินให้กับผู้อื่น เมื่อ 5 ปีก่อน ครูพิ้งจึงทำการตั้งโรงเรียน Pink School of Finance ขึ้นเพื่อเปิดอบรมหลักสูตรการเงินบนพื้นฐานของหลักสูตรการลงทุนระดับโลกที่ชื่อว่า CFA เพื่อคนทุกระดับความรู้และพื้นหลัง และยังคงมุ่งมั่นที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆของโลกการเงินผ่านตัวอักษรตลอดไปไปด้วยความสุขใจที่ได้จุดประกายความสำเร็จให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ครูพิ้ง
Say Hello

Comments

comments

Author: ครูพิ้ง
Tags