มหากาพย์ CFA ตอนที่ 8 : CFA Level 2 : หมอดูแม่นๆ อ่ะไรจะขึ้นหรือจะลง ก็ฟันธงด้ายย!

สวัสดีค่ะ ความเดิมจากตอนที่แล้วที่เราได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถของผู้ที่สอบ CFA Level 1 ผ่านกันไปแล้ว วันนี้ครูพิ้งก็จะขอให้อาจารย์ปิยะ มาเล่าให้ฟังกันต่อกับคุณสมบัติของผู้ที่สอบผ่าน CFA Level 2 กันดูบ้างนะคะ

อันที่จริงในความเห็นครูพิ้งเนี่ย ลักษณะงานของคนที่สอบผ่าน CFA Level 2 จะไปทำได้เนี่ย ก็อาจจะเปรียบได้กับเป็นงานสไตล์หมอดูฟันธงค่ะ ใครชี้นิ้วอ่ะไรไปที่ตรงไหน ก็ต้องสามารถบอกได้ทั้งนั้นว่า สินทรัพย์ชนิดนี้ นี่ดีหรือไม่ดี น่าขายบ้านขายช่องเอาเงินมาลงทุนกันให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างนึง หรือ ควรจะเก็บมือซุกไว้ในกระเป๋าอย่างเดิมดีกว่า ซึ่งจริงๆครูพิ้งว่านั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้สายงานนี้เนื้อหอมไม่แพ้ หมอดูดังๆเลยล่ะค่ะ ^^

 

เอาล่ะค่ะทีนี้เราลองมาฟังอาจารย์ปิยะอธิบายกันดูบ้างนะคะ

 “สำหรับคนที่สอบผ่าน CFA Level 1 มาแล้ว คงรู้สึกดีใจว่า ได้เข้าใกล้ความฝันไปอีกขั้น หากใครมาถึงเชิงเขาที่ชื่อว่า CFA Level 2 ได้แล้ว  ก็ขอแสดงความยินดีด้วยก่อนซักหน่อยนะครับ แต่ถ้าหายเหนื่อยพร้อมจะลุยกันต่อแล้ว อาจารย์ก็อยากจะบอกกับทุกคนที่เป็น ผู้สมัครสอบ CFA Level 2 ว่า

กรุณาเตรียมใจ พบกับความยาก การอัดแน่นด้วยเนื้อหา และรายละเอียดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนจนแทบจะเรียกได้ว่า ไม่รู้ว่าจะอ่านทันให้หมดได้อย่างไร ไว้แต่เนิ่นๆ กันนะครับ

ที่ผมเกริ่นนำแบบนี้ ก็เพราะไม่อยากจะให้ทุกๆคนชะล่าใจและประมาทกับการเตรียมสอบในครั้งนี้ เนื่องจากการสอบให้ผ่าน CFA Level 2 ไปให้ได้จะ เป็นจุดชี้ขาดว่า ตัวเราจะมีแนวโน้มสามารถสอบผ่าน CFA ได้ในที่สุดหรือไม่นั่นเองครับ

จากประสบการณ์ที่ผมได้สังเกตผ่านมานะครับ จุดตัดสินของการก้าวผ่านอุปสรรคจนจบหลักสูตร CFA ไม่ได้อยู่ที่ Level 3 อย่างที่ทุกๆคนเข้าใจ แต่แท้ที่จริงแล้วอยู่ที่ Level 2 มากกว่า เนื่องจากผู้สมัครสอบส่วนมากหากสอบไม่ผ่าน ก็มักจะหมดกำลังใจและล้มเลิกไปได้ง่ายที่สุด เนื่องจากไม่อยากรอสอบใหม่อีกครั้งในปีหน้า  เพราะการสอบ Level 2 และ Level 3 นั้นจะมีแค่ปีละ 1 หน ไม่เหมือนกัน Level 1 ที่มีปีละ 2 หน ไว้ให้แก้ตัว ทุกครึ่งปี

ส่วนมากคนที่จะเกิดอาการถอดใจ ก็อาจจะเพราะมองว่าพึ่งจะสอบผ่าน Level 1 มา ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยรู้สึกเสียดายที่จะหันหลังให้กับการสอบมากนัก ในขณะที่สำหรับผู้ที่อดทนกัดฟัน จนสอบผ่าน Level 2 มาได้แล้ว ก็จะกลายเป็นว่า เหลืออีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะจบหลักสูตร  แรงจูงใจในการสอบต่อจึงต่างกันค่อนข้างมาก ดังนั้น ผมถึงต้องขอเอาใจช่วยให้ผู้สมัครสอบพยายามอดทนผ่านการสอบ Level 2 นี้ไปให้ได้นั่นเองครับ

ทีนี้เราจะมาพูดถึง ความรู้ในหลักสูตร  CFA Level 2  กันดูบ้าง  ในความเห็นของผม ความรู้ใน Level นี้  จะช่วยให้ผู้สมัครสอบสามารถนำความรู้ใน Level 1  มาแตกย่อยและลงละเอียดได้มากขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของการวิเคราะห์งบการเงินซึ่งอาจจะจะค่อนข้างยากเนื่องจากเนื้อหาลงลึกขึ้นในหัวข้อที่มีความคล้ายคลึงกับ วิชาการบัญชีขั้นสูงซึ่งใน Level 2 นี้นั่นเองทำให้ ผู้สมัครสอบที่เรียนด้านบัญชีมาโดยตรง จะมีข้อได้เปรียบในส่วนนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากคะแนนการสอบในส่วนนี้จะสูงถึง 30-40% ของข้อสอบเลยทีเดียว

สำหรับสายงานการเงินแล้ว สาขาวิชาชีพที่จะต้องทำงานกับความรู้ในส่วนนี้มากที่สุด ก็คือ นักวิเคราะห์ (Analyst) ทั้งหลาย โดยเฉพาะนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นั่นเองครับ เนื่องจากจะต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับ การจัด ปรับ โยกย้าย รายการต่างๆ ที่อยู่ในงบการเงิน ให้ออกมาเป็นรูปแบบที่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลของแต่ละบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน มาเปรียบเทียบกันได้ ส่วนสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่อยากจะพัฒนาการวิเคราะห์พื้นฐานหุ้นให้เก่ง ก็จะสามารถนำเนื้อหาในส่วนของการวิเคราะห์งบการเงินนี้ มาศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานของหุ้นที่เราสนใจ ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ช่วงที่อาจารย์ทำงานเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยดูแลหุ้นในกลุ่มบริษัท  อสังหาริมทรัพย์  นิคมอุตสาหกรรม  และ   กองทุนอสังริมทรัพย์นั้น อาจารย์ก็ได้สอบผ่าน Level 2 มาแล้ว ซึ่งเมื่อนึกย้อนกลับไป สิ่งที่ทำให้สามารถวิเคราะห์บริษัทต่าง ๆ และสามารถเปรียบเทียบออกมาได้ ก็คือความรู้ใน Level 2 นี้นั่นเอง โดยเฉพาะ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์งบการเงินนั้น จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้มีความเข้าใจภาพบริษัทในเชิงลึก รวมไปถึงการหาจุดแข็ง จุดอ่อน และลักษณะเฉพาะในการทำธุรกิจของแต่ละบริษัท ออกมานำเสนอได้อย่างชัดเจน และช่วยให้เข้าใจภาพได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เรายังสามารถนำการประยุกต์เรื่องอัตราส่วนต่าง ๆมาใช้ เพื่อให้สื่อความได้ง่าย ซึ่งทำให้นักลงทุน เข้าใจภาพธุรกิจและโครงสร้างของบริษัทได้ชัดเจน เลือกหุ้นได้ง่ายขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า ได้เลือกหุ้นตรงตามความต้องการมากที่สุด

เนื้อหาส่วนอื่น ๆ ใน Level II จะสอนให้รู้จัก เครื่องมือ (Tools) หลากหลายรูปแบบ การประเมินมูลค่าที่เหมาะสม (Valuation) ของการลงทุนทุกรูปแบบที่ไม่ใช่แค่เพียงหุ้นเท่านั้น อาทิ เช่น สินทรัพย์ทางเลือก อย่าง อสังหาริมทรัพย์ Private Equity Deal , ตราสารหนี้, ตราสารอนุพันธ์ เท่าที่มีอยู่ในแวดวงการเงินเกือบทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้งและรู้ถึงที่มาที่ไปของรูปแบบการลงทุนทุกชนิด ด้วยเหตุนี้เองความรู้ในส่วนนี้ ทำให้ผู้ที่สอบผ่าน CFA Level 2 นี้  กลายเป็นนักวิเคราะห์ทางการเงินได้อย่างเต็มตัว และพร้อมที่จะเข้าไปทำงานในฝ่ายต่าง ๆ ขององค์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือนักวิเคราะห์ที่อยู่ในกองทุนทั้งหลาย โดย สามารถวิเคราะห์ได้ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ อสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์ทางเลือก เพื่อจะฟันธงว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจหรือไม่

สำหรับผู้ที่ต้องการย้ายสายงาน หรือเปลี่ยนงานเข้าสู่สายงานนักวิเคราะห์นั้น อาจารย์มองว่าการสอบผ่าน CFA Level 2 จะช่วยทำให้ Resume ของคุณ มีความโดดเด่นมากกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน เนื่องจากในแต่ละปีในประเทศไทยนั้น มีผู้ที่สอบผ่าน CFA Level 2 และกลายเป็น CFA Candidate Level 3 น้อยมากครับ โดยมีจำนวนประมาณปีละ 150 – 200 คนเท่านั้น ผมจึงได้ยินข่าวถึงลูกศิษย์ของโรงเรียนหลาย ๆ คน ที่ได้มีโอกาสเปลี่ยนงานไปสู่ตำแหน่งงานที่สูงขึ้นและดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อสอบผ่าน CFA Level 2 อยู่เสมอครับ

ถ้าจะให้กล่าวในมุมมองของของบริษัทและผู้ว่าจ้าง ว่าทำไมผู้ที่เป็น Candidate Level 3 ถึงน่าสนใจนะครับ เหตุผลหลักๆน่าจะเป็นได้ว่า ผู้สมัครท่านนั้นได้แสดงถึงความรู้ความสามารถที่ได้มาจากการทุ่มเท จนสอบ CFA ผ่าน มาแล้วถึง 2 ระดับ ซึ่งอาจจะเป็นการสอบที่มากกว่า 2 ครั้งด้วยซ้ำ แต่ในที่สุดเขาและเธอเหล่านั้นก็สอบผ่านมาได้ บุคคลเหล่านี้จึงมีคุณสมบัติที่พร้อมแก่การจะได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม และน่าจะปฏิบัติงานจริงได้ดีกว่า ผู้ที่สอบผ่านแค่ CFA Level I หรือผู้ที่พึ่งเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ (ในกรณีนี้ เราไม่ได้พูดถึงบุคคลที่จบ Ivy League หรือ Top Ten University กันนะครับ) ด้วยเหตุนี้ นายจ้างหรือว่าที่เจ้านายทั้งหลาย จึงพร้อมที่จะยอมเสียเวลาในการอบรม CFA Candidate Level 3 เหล่านี้ ให้เข้ามาร่วมงานเพื่อแบ่งเบาภาระงานออกไปครับ”

ค่ะ ก็จบไปสำหรับมุมมองดีๆจากอาจารย์ปิยะในวันนี้นะคะ ครูพิ้งก็หวังว่า ผู้สมัครสอบ CFA ทั้งหลาย จะได้มุมมองที่ชัดเจนขึ้นไปอีกว่า เนื้อหาและการสอบผ่าน CFA Level 2 จะช่วยให้แต่ละท่าน ได้มีโอกาสก้าวหน้าและได้รับหน้าที่ที่มีความท้าทายมากขึ้นอย่างแน่นอน โดยหากเราสอบผ่านได้ ครูพิ้งมั่นใจว่าเราจะยิ่งเห็นค่ะ ว่า ผู้คนในแวดวงกาเงินจะเริ่มให้การยอมรับในตัวเรามากขึ้นไปอีก

โปรดติดตามตอนสุดท้ายกันว่า CFA Level 3 จะส่งผลอะไรให้กับผู้ที่สอบผ่านกันบ้างด้วยนะคะ

แล้วพบกันใหม่ โพสหน้าค่ะ

 

ครูพิ้ง
Say Hello

ครูพิ้ง

Program Director at Pink School of Finance
เพราะครูพิ้งเชื่อในโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตจากการส่งต่อความรู้ด้านการเงินให้กับผู้อื่น เมื่อ 5 ปีก่อน ครูพิ้งจึงทำการตั้งโรงเรียน Pink School of Finance ขึ้นเพื่อเปิดอบรมหลักสูตรการเงินบนพื้นฐานของหลักสูตรการลงทุนระดับโลกที่ชื่อว่า CFA เพื่อคนทุกระดับความรู้และพื้นหลัง และยังคงมุ่งมั่นที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆของโลกการเงินผ่านตัวอักษรตลอดไปไปด้วยความสุขใจที่ได้จุดประกายความสำเร็จให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ครูพิ้ง
Say Hello

Comments

comments

Author: ครูพิ้ง
Tags