คุณไม่อาจรูดปรื๊ดได้ทุกอย่าง

บทความข้างล่างเกี่ยวกับบัตรเครดิต เดี๋ยวนี้ค่าเล่าเรียนบางที่ก็ให้รูดปรื๊ดได้แล้วนะคะ อย่าง University of York ในอังกฤษที่ครูพิ้งเคยไปเรียน เค้าอนุญาตให้ครูพิ้งสามารถชำระค่าเล่าเรียนเป็นบัตรเครดิตได้ด้วยค่ะ ^^

——————————–

คุณไม่อาจรูดปรื๊ดได้ทุกอย่าง
———————————

วรวรรณ ธาราภูมิ
CEO กองทุนบัวหลวง
10 ธันวาคม 2555

กำลังคิดจะเขียนบทความเบาๆ ที่ไม่ใช่เรื่องลงทุน เศรษฐกิจ หรือการเมือง สัก 1 เรื่อง เพื่อให้สมกับเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง ก็พอดีไปเจอบทความเรื่อง 10 Things You Still Can’t Buy With A Credit Card หรือ 10 อย่างที่ใช้บัตรเครดิตซื้อไม่ได้ ของ Maryalene LaPonsie จาก CardRatings.com ซึ่ง Businessinsider เอามาลงต่อ

อ่านแล้วเห็นว่าเข้าท่า น่าสนใจดี ไม่หนักสมอง ทั้งยังให้ข้อคิดเรื่องวินัยทางการเงินได้ หากคนอ่าน อ่านแล้วเอาไปคิดต่อ ก็เลยนำเรื่องนี้มาเล่าต่อ และเติมส่วนที่ตนคิดลงไปเพิ่มต้องย้ำก่อนว่า เงินซื้อความสุขที่แท้จริง ยั่งยืนนาน ไม่ได้ หากได้ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้นลองมาดูกันว่ามีอะไรในอเมริกาที่ใช้บัตรเครดิตซื้อไม่ได้

 

1. หวย

คิดจะรวยต้องมีเงินสดก่อน เพราะเขาห้ามใช้บัตรเครดิตซื้อหวยในรัฐต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ และแม้ว่าจะมีบางรัฐที่ยอมให้ใช้บัตรเครดิตซื้อหวยอย่าง Massachusetts แต่ American Express ไม่ยอมร่วมด้วย และถ้ามีใครใช้ไปรูด บริษัทจะปฏิเสธการจ่ายตอนที่รูดขณะนี้บ้ายเรายังไม่ได้ทำ แต่ไม่แน่ ต่อไปอาจมีก็ได้ เพราะอาจมีบางแบงค์เห็นเหมาะที่จะไปทำการตลาดได้สบายๆ เนื่องจากคนไทยชอบหวยและรูดบัตรสะสมแต้ม แล้วแบงค์ก็จะได้ก็ใส่ KPI ลงไป

 

2. ชิปเล่นการพนันและสล็อตมาชีน

นี่ก็เหมือนหวย เพราะรัฐส่วนใหญ่ห้ามรูดปรี๊ดๆข้อดีก็คือแม้จะให้เล่นการพนันได้โดยถูกกฏหมายและไม่ต้องกลัวอาชูวิทย์ไปแอบถ่ายคลิป แต่บ่อนพนันก็ยังพอจะมีศีลธรรมหลงเหลือด้วยการประกาศใช้มาตรการให้เล่นพนันอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้นักพนันจมลึก

อย่างรัฐ Nevada เขาก็ออกกฏหมายห้ามโอนเงินจากบัตรเครดิตเพื่อจ่ายในการพนัน

นอกจากนี้ แม้บางแห่งที่เป็นส่วนน้อยจะยอมให้ใช้บัตรแครดิตได้ แต่บริษัทผู้ออกบัตรก็จะคิดค่าธรรมเนียมในการรูดบัตรจากลูกค้าเจ้าของบัตรเสมือนหนึ่งลูกค้านั้นเบิกเงินสดล่วงหน้า ซึ่งหมายถึงการคิดอัตราดอกเบี้ยไปสูงลิ่วได้จนถึง 30% เลยทีเดียว

แต่แหม สำหรับผีพนันแล้ว จะ 30% หรือจะ 100% ก็หน้ามืดเอาหมดละ ใช่ไหม

3. รถ

แม้ว่าลูกค้าผู้ถือบัตรจะมีวงเงินจำนวนมากพอ แต่บริษัทผู้ออกบัตรก็จะหน้าซีดตัวสั่นหากโดนรูดไปซื้อรถ และคนขายรถให้ก็ไม่ชอบเลยเพราะเขาต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการขายด้วยบัตรเครดิตให้บริษัทผู้ ออกบัตรประมาณ 1.5%-3.0% ของเงินที่รูด

ก็หนักเอาการละ เพราะราคารถแต่ละคันไม่ต่ำหรอก ดังนั้น ผู้ขายรถจึงมักจะปฏิเสธการขายด้วยบัตรเครดิต และลูกค้าที่ซื้อรถ หากจะซื้อด้วยบัตรเครดิตได้ก็จะโดนบริษัทเจ้าของบัตรคิดค่าธรรมเนียมได้ถึง 5% ของราคารถที่ใช้บัตรรูดซื้อ แถมอาจเจอดอกเบี้ยสูงๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะเขากลัวซื้อรถไปแล้วหายต๋อม ไม่จ่ายหนี้ที่รูดไปแล้วคืนให้

แต่บ้านเรารูดได้ในตอนจองซื้อ เพราะบ้านเรามีคนรวยขึ้นๆ เลยออกรถกันมาก ซึ่งการวางเงินมัดจำมันไม่มากนัก

4. ค่าเล่าเรียน

ค่าเล่าเรียนในสหรัฐนั้นแพงมาก ทำให้บางมหาวิทยาลัยไม่ยอมรับการชำระด้วยบัตรเครดิต ที่ไหนยอมก็จะคิดเงินเพิ่มจากคนรูด 2%-3%

แต่บ้านเรายังไม่มีการให้รูดจ่ายค่าเรียนปรื๊ดๆ ด้วยบัตร

5. กองทุนรวมและหุ้น

การซื้อหุ้นและซื้อกองทุนรวมเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง จะมากจะน้อยก็ขึ้นกับประเภทกองทุนรวมนั้นๆ นึกไม่ออกว่าเสี่ยงแค่ไหน ก็ลองถามผู้ลงทุนส่วนใหญ่ที่หน้าหดเหลือสองนิ้วในปี 2008 สิ

ลองสมมติว่ามีคนอยากซื้อกองทุนหุ้นหรือหุ้นเป็นตัวๆ เพราะคาดว่าตลาดหุ้นจะพุ่งสูงในอีกไม่กี่วัน ข้างหน้า แต่ไม่มีเงินสดพอ เลยใช้บัตรรูด เมื่อรูดแล้วก็รอด้วยความหวังและเชื่อมั่นว่ารวยแหงมๆ แต่ผ่านไปไม่นาน ตลาดตก ราคาหุ้นถล่มระเนระนาด ซึ่งก็เกิดขึ้นได้และเกิดแล้วในอดีตในบางช่วง พอครบเดือน บัตรเครดิตก็เรียกเก็บเงินค่าซื้อหุ้นหรือกองทุนรวม

ไอ้ที่กะว่าจะเอาเงินที่ลงทุนไปแล้วขายได้กำไรในเวลาอันรวดเร็วมาคืนก็เป็นอันจบเห่กัน จะยอมขายขาดทุนเพื่อเอาเงินไปจ่ายบัตรตามที่โดนเรียกเก็บ หุ้นก็ลงไป 30%-40% ในเวลาอันรวดเร็วซะแล้ว ก็เลยไม่ขายและกัดฟันยอมแบกหนี้บัตรเครดิตด้วยการผ่อนชำระเอา แม้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงๆ เกือบจะ 30% ก็ยอม ทั้งๆ ที่หวังได้กำไรสักแค่ 10%-15% คุ้มไหมล่ะ เหมาะสมไหมล่ะ

ด้วยเหตุนี้ โบรกเกอร์และกองทุน จึงไม่ให้ซื้อด้วยบัตรเครดิต ต่างกับเมืองไทยที่หนุนเต็มที่หนุนสุดตัว จนกลายเป็นประเทศเดียวที่มีการทำอย่างนี้ไปแล้ว แถมยังสนับสนุนด้วยการบอกลูกค้าว่าใช้บัตรรูดซื้อ RMF กับ LTF แล้ว ให้ผ่อนชำระได้ เพราะดอกเบี้ยจ่ายค่าบัตรคุ้มกับค่าลดหย่อนทางภาษี

ใช่เลย Thailand Only

ก็เพราะเป็นอย่างนี้ ถึงทำให้สรรพากรเคือง เตือนอย่างไรก็ไม่ฟัง มีแต่เพิ่มโปรโมชั่นเข้าไปอีก ดูโฆษณากองทุนก็มีแต่เรื่องของแถม เลยไม่เห็นจะขยายจำนวนผู้ลงทุนผ่านกองทุนรวมได้เท่าไร

ท้าทายดีนัก เลยกลายเป็นเป้าหมายในการคิดจะเลิกหรือลดการให้ประโยชน์ทางภาษีซะเลย (มั้ง)

เมื่อเป็นอย่างนี้ ที่คิดจะไปขอขยายอายุ LTF ที่จะจบลงโดยลงทุนแล้วได้ลดหย่อนภาษีปีสุดท้ายได้ในปี 2559 นั้น ก็คงจะเป็นหมัน หากไม่แก้ไขโดยใช้ความสามารถของตนในการขยายฐานผู้ลงทุนอย่างไม่มีแต้มต่อทางภาษีให้ทันปี 2559 ละก็ ตลาดทุนจะเจอ LTF Cliff แหงๆ โทษใครไม่ได้ โทษตัวเองเถิด

6. เงินจ่ายค่าผ่อนบ้าน

บางคนคิดว่าจ่ายค่าผ่อนบ้านด้วยบัตรเครดิตทั้งๆ ที่มีเงินสดพอจ่ายเป็นเรื่องดีที่ได้แต้มสะสมเพิ่ม แต่สถาบันการเงินเขาไม่รับหรอก

เพราะอะไรล่ะ

ก็เพราะมันเป็นการย้ายหนี้ที่มีบ้านเป็นหลักประกัน ไปเป็นหนี้บัตรเครดิตที่ไม่มีหลักประกันน่ะสิ เลยกลายเป็นการเพิ่มหนี้ให้ลูกค้า จนอาจทำให้ผ่อนชำระหนี้รวมทุกอย่างเป็นรายเดือนไม่ไหว หากโชคร้ายหนัก มีอะไรเกิดขึ้น เช่นตกงานเพราะเศรษฐกิจไม่ดี หรือเพราะตัวเองนิสัยไม่ดีโดนไล่ออก บ้านก็อาจโดนยึดไปเลยเพราะไม่มีเงินไปผ่อนค่างวด

7. ซื้อดราฟท์

บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตทำกำไรได้สูงมากถ้าเราไปเบิกเงินสดล่วงหน้าจากวงเงินในบัตรที่เหลืออยู่ (อย่างบ้านเราก็มีคนโทรเข้ามือถือทุกวันๆ ให้ใช้วงเงินนั่นแหละ กระหน่ำโทรกันมาวันละ 5-6 เจ้า แถมบางเจ้ายังมีคน 4-5 คนแย่งกันโทร.มาด้วย ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีกับการกระหน่ำโทรมาอย่างนี้)

ดังนั้น เขาถึงไม่ยอมให้เอาบัตรไปรูดซื้อดราฟท์แล้วคิดค่าธรรมเนียมการรูดได้เพียง 1.5%-3.0% เพื่อให้เราไปใช้เงินจากการเบิกเงินสดจากบัตรดีกว่า เนื่องจากบริษัทผู้ออกบัตรจะได้ดอกเบี้ยจากการใช้วงเงินสูงได้ถึง 30% เลยทีเดียว

8. หนังโป๊ออนไลน์ (555555+)

ตั้งแต่ปี 2009 บริษัทผู้ออกบัตรห้ามไม่ให้ผู้ถือบัตรใช้เครดิตการ์ดซื้อหนังป็ออนไลน์จากเวบไซท์ผู้ใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ว่าเคร่งศาสนาหรือคิดว่าลูกค้าไม่มีเงินจ่ายเพราะมันราคาถูกมาก แต่เป็นเพราะพบว่ามีลูกค้าผู้ถือบัตรจำนวนมาก ปฏิเสธการจ้ายเงินตามบิลที่เรียกเก็บค่าซื้อหนัง

น่าจะเป็นมิจฉาชีพทางเวบไซท์มากกว่าเรื่องที่ลูกค้าจะดูหนังโป๊แล้วไม่ช็อต เลยปฏิเสธการจ่าย

9. กัญชา

อะไร ? กัญชาเนี่ยนะ ให้ขายได้ด้วยเหรอ ?

ใช่ มี 17 รัฐในอเมริกาที่ให้ถือว่ากัญชาเป็นยา (หากปริมาณไม่มากจนเกินไป) แต่เราต้องซื้อด้วยเงินสดเพราะบริษัทบัตรเครดิตอย่าง American Express และ Discover ไม่ยอมให้ใช้บัตรซื้อ ส่วน Visa กับ Mastercard นั้นถึงจะไม่มีนโยบายห้าม แต่บริษัทที่ให้บริการเรื่อง Process ในการจ่ายชำระ เขาก็รวมหัวกันปฏิเสธที่จะไปสังฆกรรมกับผู้ค้ากัญชา

แหม ….. เป็นแกะดำที่น่ารัก น่าสมควรเอาอย่าง เราน่าจะใช้วิธีนี้กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชั่นนะ

10. สินค้าในร้าน Discount Stores

ชื่อบอกอยู่ว่า Discount ซี่งหมายความว่าร้านค้าแบบนี้ขายสินค้าอย่างเดียวกับร้านอื่น แต่ในราคาถูกกว่า เลยต้องใช้เงินสดซื้อ เพราะถ้าไปใช้เครดิตการ์ดซื้อได้ ของจะไม่ราคาถูกเนื่องจากคนขายต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้บริษัทเจ้าของบัตร 1%-3%

บ้านเราก็มีแบบนี้ แต่คนขายอาจจะบอกว่าซื้อด้วยบัตรเครดิตได้ แต่ขอคิดเงินเพิ่ม

สรุปคือการรูดปรื๊ดเป็นความสะดวก แต่ก็ใช้แทนเงินสดไม่ได้ทุกเรื่อง ทุกแห่ง

และสำหรับเราผู้ถือบัตรก็ต้องคิดให้ดีก่อนจะใช้มันเป็นการเพิ่มหนี้

ครูพิ้ง
Say Hello

ครูพิ้ง

Program Director at Pink School of Finance
เพราะครูพิ้งเชื่อในโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตจากการส่งต่อความรู้ด้านการเงินให้กับผู้อื่น เมื่อ 5 ปีก่อน ครูพิ้งจึงทำการตั้งโรงเรียน Pink School of Finance ขึ้นเพื่อเปิดอบรมหลักสูตรการเงินบนพื้นฐานของหลักสูตรการลงทุนระดับโลกที่ชื่อว่า CFA เพื่อคนทุกระดับความรู้และพื้นหลัง และยังคงมุ่งมั่นที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆของโลกการเงินผ่านตัวอักษรตลอดไปไปด้วยความสุขใจที่ได้จุดประกายความสำเร็จให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ครูพิ้ง
Say Hello

Comments

comments

Author: ครูพิ้ง
Tags